ตามทางทวงคืน
เรื่องราวผมจะนำเล่านี้เนี่ยมันเกิดขึ้นที่บ้านหลังหนึ่งในจังหวัดราชบุรี เป็นประสบการณ์ที่คุณเจ๋ง ได้ไปเจอมาเองพร้อมกับกลุ่มเพื่อนของเขาด้วย แล้วเรื่องนี้ก็ได้มีการสูญเสียเกิดขึ้นด้วย ส่วนเรื่องราวจะเป็นยังไงเชิญอ่านกันได้เลยครับ เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2552 ตอนนั้นคุณเจ๋งอายุประมาณ 18-19 ปี เป็นวัยรุ่นเพิ่งจบม. 6 ใหม่ๆ วันที่สอบจบวันสุดท้ายก็ได้มีการจัดงานกินเลี้ยงขึ้นกับเพื่อนๆในรุ่น มีรุ่นพี่ที่รู้จักร่วมวงอยู่ด้วย ตอนนั้นก็นั่งดื่มกันไปเรื่อยเปื่อยตามปกติไม่ได้คิดอะไร จนเวลาได้ล่วงเลยไป 5 ทุ่มกว่าเกือบๆเที่ยงคืนแล้ว มีรุ่นพี่คนหนึ่งชื่อว่าพี่กอล์ฟเขาได้บอกว่า “เฮ้ยไหนๆ พวกมึงก็เรียนจบกันแล้ว เราไปหาอะไรสนุกๆ เล่นกันดีกว่า” คนเจ๋งเลยเอ่ยถามไปว่า “จะไปเล่นอะไรกันที่ไหนครับพี่นี่มันเที่ยงคืนกว่าแล้ว” “นี่ไงเดี๋ยวเราขับรถไปสำรวจบ้านร้างกันดีกว่า กูเคยได้ยินมาว่าบ้านหลังนี้เขาว่าเฮี้ยน ไม่รู้จริงหรือเปล่ากูอยากไปลอง” ในกอล์ฟตอบกลับรุ่นน้อง ซึ่งบ้านร้างหลังนี้ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านร้างติดอันดับบ้านร้านให้น่ากลัวที่สุดในประเทศไทยด้วย ด้วยเหตุการณ์ณตอนนั้นเพราะมีแอลกอฮอล์เข้ามาไม่ว่าใครจะชวนทำอะไรก็ทำทั้งนั้น จากการสังสรรค์เมื่อตอนค่ำตอนนี้เหลือเพียง 4 คนที่นั่งคุยกัน ทั้ง 4 คนจึงตัดสินใจเดินทางไปที่บ้านร้างหลังนั้น ตอนที่ไปนั้นเดินทางโดยรถกระบะ พอไปถึงบ้านล้างหลังนี้ปุ๊บ ต้องบอกก่อนเลยว่าบ้านหลังนี้บรรยากาศมันน่ากลัวมากๆ ฟิวส์บ้านสวนรอบล้อมไปด้วยต้นไม้รกร้าง ไฟไหมจะหลอดเดียวก็ไม่มี แล้วบรรยากาศพื้นที่รอบๆบ้านเต็มด้วยไปด้วยป่า บ้านที่มีคนพักอาศัยจะอยู่ห่างออกไปไกลมากๆ มีเพียงบ้านหลังนี้หลังเดียวตั้งอยู่โดดๆ ท่ามกลางป่ารกร้างล้อมรอบ ลักษณะของบ้านร้างหลังนี้คือ เป็นบ้านไม้เก่าๆ ยกสูง 2 ชั้น ซึ่งด้านล่างจะเป็นใต้ถุน ด้านหน้าบ้านจะมีบันไดไม้ขึ้นไปยังชั้น 2 ของบ้าน เมื่อไปถึงคุณเจ๋งกับเพื่อนๆทั้ง 3 คน เดินถือไฟฉายสำรวจดูที่ใต้ถุนบ้าน ปรากฏว่าไม่ได้มีอะไรที่น่าตื่นเต้นสักเท่าไหร่ นายกอล์ฟจึงเสนอให้ขึ้นไปดูที่ชั้น 2 ของบ้านไม้ดู เพื่อนทั้งสองของคุณเจ๋งเมื่อได้ยินนายกอล์ฟเอ่ยก็ปฏิเสธทันที ด้วยความกลัวเพราะบรรยากาศรอบๆ นั้นน่ากลัวมากๆ พร้อมบอกว่าจะขอยืนรออยู่ด้านล่างนี้ เท่ากับว่าจะมีคนที่ขึ้นไปด้านบนคือตัวคุณเจ๋งและรุ่นพี่นั่นก็คือนายกอล์ฟ ในกอล์ฟก้าวเข้าไปในตัวบ้านชั้น 2 เป็นคนแรกพร้อมกับส่องสายไฟสำรวจไปรอบๆ ภายตัวบ้าน เขาเดินสำรวจไปมาแล้วพบว่าไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นเลย มันอาจจะเป็นเพราะในกอล์ฟเป็นคนที่ไม่กลัวไม่เชื่อเรื่องแบบนี้อยู่แล้วด้วย มันเลยทำให้เขารู้สึกเฉยๆ แม้บรรยากาศรอบตัวจะชวนขนหัวลุกก็ตาม “กูว่ากลับไปกินเหล้าบ้านมึงเหมือนเดิมดีกว่าว่ะ กูไม่เห็นว่ามันจะมีห่าอะไรเลย ไม่เห็นหน้าตื่นเต้นเลย” นายกอล์ฟพูดออกมาด้วยเสียงเซ็งๆ คุณเจ๋งได้ยินอย่างนั้นด้วยความที่ตัวเองเป็นรุ่นน้องจึงไม่กล้าขัด จึงได้พากันเดินลงมาจากชั้น 2 ของตัวบ้าน พอเดินลงมาถึงข้างล่าง ก็ได้เจอกับเพื่อน 2 คนของคนเจ๋งที่ยืนรออยู่ พวกนั้นจึงถามว่า “เป็นไงบ้างครับพี่ เจออะไรบ้างหรือเปล่า” “เปล่า ไม่เห็นจะมีอะไรเลย กลับไปกินเหล้ากันต่อดีกว่า กูก็คิดว่าบ้านหลังนี้ที่เขาพูดกันว่าเฮี้ยนนักเฮี้ยนหนา ป่ะกลับๆๆ” นายกอล์ฟตอบด้วยเสียงเซ็งๆ ปนหัวเสียพร้อมชวนลูกน้องกลับไปกินเหล้าต่อ ตอนนั้นทั้ง 4 คนก็ได้ขับรถกระบะกลับบ้านไปที่บ้านของคุณเจ๋ง เพื่อที่จะไปนั่งดื่มกินกันต่อ ขับออกมาจากบ้านร้างได้สักพักนึงที่ตรงนั้นจะมีสะพานข้ามคลองอยู่ พอลงสะพานมาทางซ้ายมือจะมีศาลารอรถอยู่ เป็นศาลาไม้เก่าๆ แล้ว 2 ข้างทางตรงนั้นก็ไม่มีไฟเลย มีเพียงไฟจากหน้ารถที่สอดส่องเท่านั้นมันจึงไม่ได้สว่างมากนัก พอขับผ่านศาลาหลังนั้นมาเขาก็มองเห็นว่าในศาลามีผู้หญิงคนนึงยืนอยู่ แล้วก็มีมอเตอร์ไซค์คันนึงจอดอยู่ ผู้หญิงคนนั้นมองแว๊บแรกก็รู้ได้ทันทีว่าเธอยังเป็นสาววัยรุ่นอยู่เลย พอขับรถผ่านมาปุ๊บ ด้วยความว่าทั้งกลุ่มเป็นชายวัยรุ่นกันหมด เขาจึงสะกิดให้นายกอล์ฟจอดรถก่อน แล้วบอกว่าเขาได้เห็นผู้หญิงยืนอยู่ในศาลาไม่รู้ว่ารถเสียหรือเปล่า ในใจตอนนั้นคิดว่าอยากจะแอ้วสาวเฉยๆ อยากจะจีบสาวอยากจะช่วยเหลือสร้างความประทับใจ แต่ณตอนนั้นก็ไม่ได้มีความคิดที่ไม่ดีนะ คิดแค่อยากจะจีบเฉยๆ ด้วยความที่เป็นวัยรุ่นผู้ชายมากันตั้ง 4 คน ไอ้กอล์ฟจึงถอยรถกลับมาจอดอยู่ที่หน้าศาลา ลดกระจกลงแล้วตะโกนถามเธอว่า “มีอะไรให้พวกเราช่วยหรือเปล่าครับ ทำไมถึงมาจอดอยู่ตรงนี้ล่ะ มันเปลี่ยวนะแล้วก็ดึกมากแล้ว” น้องผู้หญิงคนนั้นจึงจะคนกลับมาว่า “พอดีว่ารถมอเตอร์ไซค์หนูน้ำมันหมดค่ะพี่ ไม่รู้ว่าจะเข็ดกลับไปยังไง ก็เลยมาพักที่ศาลาก่อน” คุณเจ๋งก็เลยตอบกลับไปว่า “งั้นน้องเอาเงินมาเดี๋ยวพี่ไปเติมน้ำมันใส่ขวดเอากลับมาให้” น้องผู้หญิงจึงตอบกลับมาว่า “มันจะดีหรอพี่หนูกลัวพี่จะเอาเงินหนูไปแล้วเชิดหายไปเลยน่ะสิ” “งั้นเอาอย่างนี้ไหมพี่หนูขอติดรถพี่ไปเติมที่ปั๊มเองได้ไหม พอเติมเสร็จแล้วพี่ก็กลับมาส่งหนูที่ศาลาได้ไหม” ด้วยความที่เป็นชายวัยรุ่นเจอหญิงสาวขอติดรถมาด้วยมีหรือจะปฏิเสธ นายกอล์ฟจึงตอบตกลงจะโกนให้หญิงสาวขึ้นมาบนรถได้แล้วไล่รุ่นน้องผู้ชาย 2 คนให้ไปนั่งท้ายกระบะแทน เมื่อวัยรุ่นสาวขึ้นมาบนรถได้มองใบหน้าของเธอใกล้ๆบอกได้เลยว่าจะมีใบหน้าที่น่ารักมากๆสวยมากๆ เลยทีเดียว นายกอล์ฟมีความตั้งใจที่จะพูดแอ๊วสาวพูดเย้าหยอกไปเรื่อย วัยรุ่นสาวก็ทำท่าเขินอาย แล้ววัยรุ่นสาวก็เอ่ยขอยืมโทรศัพท์ ว่าจะโทรบอกที่บ้าน นายกอล์ฟจะยึดโทรศัพท์ให้ เท่าที่ได้ยินเธอบอกกับแม่เธอว่า “วันนี้อาจจะกลับถึงบ้านดึกหน่อยพอดีน้ำมันหมดแต่ว่าเจอคนใจดีช่วยเอาไว้ พี่ๆ เขาใจดีมากเลย หนูอยากจะพาเขากลับบ้านด้วยจังเลย” พอได้ยินแบบนั้นนายกอล์ฟก็อมยิ้มที่มุมปาก ในระหว่างทางที่ขับรถไปเติมน้ำมัน อยากให้ทุกคนได้นึกถึงถนนต่างจังหวัดเมื่อ 10 ปีที่แล้ว มันจะไม่มีปั๊มน้ำมันยี่ห้อใหญ่ๆ เลย มีเพียงปั๊มน้ำมันบ้านๆ ทั่วไป ด้วยความที่ตอนนั้นมันก็ตีหนึ่งกว่าๆ แล้ว ขับมาเจอปั๊มแรกก็ปิด ขับต่อมาอีก 2-3 กิโล ปั๊มที่ 2 ก็ปิดอีก คนเจ๋งเลยบอกกับนายกอล์ฟว่าให้พาเธอไปส่งที่บ้านเลยดีกว่า เนื่องจากเวลาแล้วคงไม่มีปั๊มไหนเปิดอยู่แล้วล่ะ “ส่วนมอเตอร์ไซค์ก็จอดทิ้งไว้ในศาลานั่นแหละพรุ่งนี้ตอนเช้าค่อยไปเอาก็ได้มันคงไม่หายหรอก” คุณเจ๋งพูดกับนายกอล์ฟเสร็จจึงหันไปถามกับน้องผู้หญิงว่า “ถ้าเป็นแบบนี้โอเคไหม” วัยรุ่นสาวก็ได้พยักหน้าตอบตกลง “โอเคค่ะ เอาแบบนั้นก็ได้” นายกอล์ฟกับวนรถกลับมาทางเดิมแล้วเอ่ยถามกับหญิงสาวไปว่า “น้องครับ แล้วบ้านน้องอยู่แถวไหนล่ะ” หญิงสาวตอบ “เนี่ยพี่ขับตรงไปก่อนเลยนะ หากใกล้ถึงแล้วหนูบอก” นายกอล์ฟก็ขับรถมาเรื่อยๆ ระหว่างนี้ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก พอขับตามทางออกมาได้ไม่นานน้องผู้หญิงก็พูดขึ้นมาว่า “พี่คะ พวกพี่มาทำอะไรกันเหรอคะ? ทำไมถึงผ่านมาแถวนี้ล่ะ” คุณเจ๋งเลยตอบกลับว่า “อ๋อ พอดีพวกเราแอบเข้าไปดูบ้านร้างแถวนี้มาน่ะ เห็นเขาว่าเฮี้ยนนักเฮี้ยนหนา ตอนเข้าไปก็ไม่ได้เจออะไรนะ” และในจังหวะเดียวกันนั้นนาายกอล์หก็พูดแทรกขึ้นมาว่า “มึงรู้ได้ไงว่าไม่เจออะไร นี่ กูเจอนี่เว้ย” แล้วนายกอล์ฟก็หยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋า ปรากฏว่ามันเป็นกล่องไม้เล็กๆ มีขนาดประมาณเท่าฝ่ามือ แล้วกล่องไม้นี้ก็มีแม่กุญแจล็อคไว้อยู่ โดนที่ ณ ตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่ากล่องไม้นั้นคืออะไร นายกอล์ฟก็พูดขึ้นมาว่า “เนี่ยย ตอนที่กูเข้าไปในบ้านน่ะ กูก็เห็นว่ามันวางอยู่ กูอยากรู้ว่ามันคืออะไร ก็เลยหยิบติดมือมา ไหนๆ ก็เข้าไปแล้ว กลับออกมาจะได้ไม่เสียเที่ยว” แล้ววัยรุ่นสาวก็พูดแทรกมาว่า “พี่ พี่ไปเอาของเขามาเนี่ย ไม่กลัวเขามาทวงของคืนหรอก” นายกอล์ฟก็ตอบไปว่า “บ้าหน่า.. นี่มันบ้านร้างนะใครจะมาทวง ไม่มีหรอก” วัยรุ่นสาวจึงตอบว่า “อย่างงั้นพี่ก็ระวังระวังตัวไว้หน่อยก็แล้วกันนะ เพราะเดี๋ยวเขาจะมาทวงคืนแน่นอน” ในนั้นนายกอล์ฟก็หันเราะสนุนสนานไม่ได้คิดอะไรมาก